ข่าว:

ทางเข้าเว็บตรง SBOBET ถ้าชอบแทงบอลออนไลน์ ก็มาถูกทางแล้วพี่จ๋า

สมัครคาสิโนออนไลน์ SS350 เว็บตรง ไม่มีขั้นต่ำ เว็บแทงบอลออนไลน์ UFABET เว็บตรง UFA350
SSGAME6666 คาสิโนออนไลน์เครดิตฟรี แทงบอลออนไลน์ดีที่สุด UFAC4 เท่านั้น
แทงบาคาร่าออนไลน์ขั้นต่ำ 10บาท เว็บคาสิโน ไม่ผ่านเอเย่นต์ SAGAME66 คาสิโนออนไลน์ อันดับ 1
ทางเข้าเล่นสล็อตเว็บตรง PG SLOT ได้เงินจริง UFAZEED เว็บอันดับหนึ่งเรื่องพนันบอลออนไลน์
เว็บพนันออนไลน์ SAGAME350 ดีที่สุด สมัครเล่นเซ็กซี่บาคาร่า AE CASINO ทดลองเล่นเครดิตฟรี

กระทู้ล่าสุด

#1


ศึกฟุตบอลไทยลีก 1 ฤดูกาล 2022-23 สัปดาห์ที่ 2 คู่ระหว่าง "กิเลนผยอง" เมืองทอง ยูไนเต็ด เปิดธันเดอร์โดม สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของน้องใหม่ "รถม้ามรกต" ลำปาง เอฟซี จะขยับมาแข่งขันกันในวันอาทิตย์ที่ 21 ส.ค.65 เวลา 18.30 น. แทน

โดยตามโปรแกรมเดิมจะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 20 ส.ค.65 เวลา 18.30 น. แต่เนื่องจากในวันและเวลาดังกล่าว มีการจัดคอนเสิร์ต ณ อารีน่า ฮอลล์ และธันเดอร์โดมที่อยู่ติดกับสนามแข่งขัน ซึ่งอาจจะทําให้การจราจร ระบบขนส่งมวลชน ระบบสาธารณูปโภค สถานที่จอดรถ รวมถึงการจัดการด้านอื่นๆ ทำให้เกิดความไม่สะดวก

#3


ลิเวอร์พูล เตรียมพร้อมที่จะเปิดรังแอนฟิลด์ ดวล คริสตัล พาเลซ ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันจันทร์ที่ 15 สิงหาคมนี้ โดยพวกเขามีแค่ 1 แต้มเท่านั้นหลังทำได้แค่บุกเสมอ ฟูแล่ม ในเกมเปิดซีซั่นเมื่อสัปดาห์ก่อน ฉะนั้นในการรับมือ "ดิ อีเกิ้ลส์" ชัยชนะมีความสำคัญอย่างมาก โดยงานนี้สาวก "เดอะ ค็อป" มีโอกาสได้เห็น ดาร์วิน นูนเญซ ลงเล่นตัวจริงร่วมกับ หลุยส์ ดิอาซ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่สำคัญพวกเขาต้องทำผลงานให้ดีที่สุดเพื่อจะได้เพิ่มความมั่นใจก่อนปะทะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในแมตช์ต่อไป

1.ทั้งสองทีมต้องการชัยชนะแมตช์แรก
ลิเวอร์พูล กับ คริสตัล พาเลซ เริ่มต้นศึกพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2022/2023 ไม่ค่อยน่าอภิรมย์มากนัก โดยในฝั่งของ "หงส์แดง" ต้องดิ้นรนไล่ตีเสมอ ฟูแล่ม ทีมน้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ ขณะที่ "ดิ อีเกิ้ลส์" อาการหนักกว่าโดน อาร์เซน่อล ทุบสบายเกือก ด้วยเหตุนี้ทั้ง เจอร์เก้น คล็อปป์ และ ปาทริค วิเอร่า ต่างมุ่งมั่นที่จะนำทีมคว้าสามคะแนนให้ได้ เพราะหากพวกเขาพลาดชัยชนะ คงจะส่งผลกระทบกับเรื่องความมั่นใจพอสมควร โดยเฉพาะเจ้าบ้านเนื่องจากโปรแกรมต่อไปพวกเขาต้องยกพลไปเยือน แมนเชเตอร์ ยูไนเต็ด ดังนั้นการคว่ำ พาเลซ จึงมีความหมายอย่างมากก่อนที่จะทำศึกใหญ่



2.ได้เวลาสามประสานแห่งอนาคต
เชื่อว่าตอนนี้ คล็อปป์ คงจะพร้อมให้โอกาส ดาร์วิน นูนเญซ ลงสนามเป็นตัวจริง หลังจากที่นักเตะเริ่มปรับตัวกับการเล่นฟุตบอลอังกฤษได้แล้ว โดยเฉพาะในแมตช์เปิดซีซั่นที่เขาทั้งยิงทั้งแอสซิสต์ให้กับต้นสังกัด ส่วนสองแนวรุกที่จะเล่นขนาบข้างซ้ายขวาคงหนีไม่พ้น หลุยส์ ดิอาซ กับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แน่นอนว่าการมี ดาวยิงทีมชาติอุรุกวัย ยืนเป็นหน้าเป้าช่วยทำให้เกมรุกของ "เดอะ เร้ดส์" มีความอันตรายมากกว่าเดิม แต่สิ่งที่ นูนเญซ ต้องพยายามทำให้ดีขึ้นก็คือการจับบอลจังหวะแรก และการสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมเนื่องจากอุปสรรคสำคัญก็คือเรื่องภาษาพูด ส่วนในรายของ "บังโม" มีโอกาสเพิ่มสถิติในการยิงประตูหลังซัดในเกมลีกให้ลิเวอร์พูลไปแล้ว 119 ลูก เป็นรองแค่ สตีเว่น เจอร์ราร์ด (120) กับ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ (128) เท่านั้น

3.โอกาสของ คาร์วัลโญ่ กับ เอลเลียตต์
จากการที่ ติอาโก้ อัลกันทาร่า มีปัญหาบาดเจ็บทำให้ คล็อปป์ ต้องหาทางอุดช่องโหว่ในจุดนี้ให้ได้ โดยตอนนี้ต้องลุ้น นาบี เกอิต้า ที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูร่างกายจากอาการป่วยว่าจะฟิตสมบูรณ์พร้อมลงสนามช่วยทีมได้หรือไม่ ถ้าหาก ดาวเตะชาวกินี สามารถลงสนามได้ก็ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับ "หงส์แดง" แต่ถ้าหากไม่ฟิตเต็มร้อย กรณีนี้นายใหญ่เลือดด๊อยท์ช คงต้องปวดหัวเพราะ เคอร์ติส โจนส์ กับ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ยังมีปัญหาบาดเจ็บ ดังนั้นออปชั่นที่มีความเป็นไปได้ก็คือ ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่ กับ ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ ซึ่งทำคู่ทำผลงานได้โดดเด่นจากการเป็นตัวสำรองในแมตช์เสมอ ฟูแล่ม ถ้าหาก คล็อปป์ อยากได้ความจี๊ดจ๊าดดุดันในแดนกลางอาจเลือกใช้งาน "เจ้าจุก" แต่ถ้าต้องการเพิ่มความหลากหลายในการเล่นและการจ่ายบอลที่เฉียบคมคงต้องพึ่งคาร์วัลโญ่



4.เพิ่มสถิติในลีกหรือหยุดเพียงเท่านี้
สิ่งหนึ่งที่ ลิเวอร์พูล ยังคงยอดเยี่ยมมากๆ นั่นก็คือสถิติการเล่นในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่พวกเขาไม่แพ้ใครเลย 20 แมตช์ โดยก่อนที่แมตช์นี้จะเปิดฉากขึ้นพลพรรค "เดอะ เร้ดส์" แพ้ครั้งล่าสุดเมื่อ 230 วันก่อนนั่นก็คือเกมที่โดน "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซิตี้ สอยด้วยสกอร์ 0-1 เมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา สำหรับสถิติไร้พ่ายในลีกของพวกเขาไม่ธรรมดาจริงเพราะเก็บชัยชนะไปถึง 16 แมตช์ และเสมอเพียง 4 เกมเท่านั้น งานนี้ ลิเวอร์พูล จะสามารถทำลายสถิติไร้พ่ายในลีกของพวกเขาที่เคยทำได้ถึง 44 เกมในช่วงระหว่างเดือนมกราคม 2019-กุมภาพันธ์ 2020 หรือไม่ เป็นเรื่องที่น่าสนใจเลยทีเดียว

5.กำลังใจก่อนทำศึกแดงเดือด
ต้องยอมรับว่า ลิเวอร์พูล อยากได้ชัยชนะในเกมนี้มาก เพราะได้เล่นต่อหน้าสาวก "เดอะ ค็อป" และยังเป็นแมตช์ที่จะเรียกขวัญกำลังใจหลังทำพลาดในเกมบุกเสมอ ฟูแล่ม เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ด้วยโปรแกรมต่อไปที่พวกเขาต้องออกไปทำศึก "แดงเดือด" กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด มันจึงมีความสำคัญอย่างมากกับการคว่ำ พาเลซ ให้ได้ เพราะนั่นจะเป็นการเพิ่มกำลังใจให้กับแข้ง "หงส์แดง" และยังเป็นการข่มขวัญเหล่าพลพรรค "ปีศาจแดง" ที่ตอนนี้ขวัญกระเจิงสุดๆ หลังออกสตาร์ทย่ำแย่แพ้ 2 เกมรวด พร้อมรั้งบ๊วยอยู่ในเวลานี้ !!!
#4
"ราชันชุดขาว" เหนื่อยไม่น้อยกว่าจะได้ยิ้มขึงเกมรุกมีโอกาสจบสกอร์กว่า 30 ครั้งแต่เจอทีเด็ด นายด่าน อัลเมเรีย เหนียวหนึบเซฟ อุตลุด ก่อนได้ "ดาวิด อลาบา" ลงมาเป็นตัวสำรองสัมผัสแรกปั่นฟรีคิกสุดงามพาทีมบุกรัวแซง น้องใหม่ 2-1 ประเดิมซีซั่นใหม่ด้วยการเก็บ 3 คะแนน



สนาม : เพาเวอร์ ฮอส สเตเดี้ยม

ศึกฟุตบอล ลาลีกา สเปน นัดเปิดซีซั่น คู่ดึกของคืนวันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม 2565 เจ้าถิ่น อัลเมเรีย น้องใหม่ แชมป์ลีกรอง ที่ขยับเลื่อนชั้นรอบ 8 ปี ต้อนรับ เรอัล มาดริด แชมป์เก่าลีกสูงสุด

เปิดฉากครึ่งแรก 5 นาที "ราชันชุดขาว" ทักทายก่อน ออเรเลียง ชูอาเมนี่ ฝากบอลออกขวาให้ ลูคัส บาสเกซ สอดขึ้นมาก้มหน้าซัดด้วยขวาแหวกบล็อคผ่านหน้าประตูหลุดออกหลัง

2 นาทีต่อมา อัลเมเรีย ทะยานออกนำ 1-0 จากจังหวะทางซ้าย อินิโก อีกัวรัส เชื่อมบอลกลางสนามยกเร็วขึ้นมาให้ ลาร์กี รามาซานี่ เอาชนะกับดักล้ำหน้าพาเข้าเขตโทษก่อนซัดกระดอนพื้นผ่านมือ ติโบลต์ กูร์กตัวส์ ตุงตาข่าย

10 นาทีผ่าน เรอัล มาดริด พยายามเร่งเครื่องมีโอกาสตามตีเสมอหลายครั้งโดยเฉพาะ เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ จบไม่คมได้ล่อเป้า เฟร์นานโด มาร์ติเนซ หลายครั้งแต่ก็ยังไม่ดีพอเปลี่ยนเป็นประตู

นาทีที่ 13 เจ้าถิ่น หวิดบวกสกอร์เพิ่มจากจังหวะสวนกลับทางซ้าย อูมาร์ ซาดิค พากระชากแหวกขึ้นมาได้ช่องก้มหน้าตะบันหน้ากรอบ 18 หลาโค้งผ่านมือ ติโบลต์ กูร์กตัวส์ เฉี่ยวสามเหลี่ยมเสาแรกออกไปนิดเดียว

30 นาทีผ่าน "ราชันชุดขาว" โหมชุดใหญ่ คาริม เบนเซม่า โขกเต็มหัวหน้ากรอบ 6 หลาไปตรงตัว เฟร์นานโด มาร์ติเนซ ก่อนเป็น วินิซิอุส จูเนียร์ แหวกเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายแต่ก็ยังกินนายด่าน อัลเมเรีย ไม่ลง

ท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 44 โทนี่ โครส ดึงหนีแนวรับ อัลเมเรีย หลุดเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายได้ช่องยกข้ามมาเสาไกลถึง ลูคัส บาสเกซ สอดมาโดดชาร์จเข้าไปเสียดายโดนจับล้ำหน้า

หมดครึ่งเวลาแรก อัลเมเรีย 1 เรอัล มาดริด 0

เริ่มครึ่งหลัง "ราชันชุดขาว" ได้เสียวก่อน คาริม เบนเซม่า ถอยมาเชื่อมทางซ้ายฝากเข้าในให้ โทนี่ โครส ลองซัดไกลบอลส่ายน่ากลัวแต่ก็ยังตรงตัว เฟร์นานโด มาร์ติเนซ ตบทิ้งเหมือนเดิม

นาทีที่ 50 อัลเมเรีย ตอบโต้ทันควัน ซามูเอล กอสตา เก็บตกลองซัดไกลด้วยซ้ายระยะร่วม 30 หลาบอลส่ายติดไซค์ก้อยพุ่งผ่านมือ ติโบลต์ กูร์กตัวส์ เลี้ยวหนีเสาแรกออกหลัง

2 นาทีต่อมาเกมเปิดแลกกันสนุก เรอัล มาดริด ออกหมัดก่อน คาริม เบนเซม่า ยกบอลข้ามมาฝั่งขวาให้ เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ ซัดไปตรงตัว เฟร์นานโด มาร์ติเนซ ก่อนเป็น อูมาร์ ซาดิค พาสวนขึ้นมาลากแหวกเข้าไปล่อเป้าติดขา ติโบลต์ กูร์กตัวส์

ต่อมานาทีที่ 55 จากจังหวะทำชิ่งสุดสวยหน้าเขตโทษ วินิซิอุส จูเนียร์ เบิ้ลเร็วให้ คาริม เบนเซม่า หลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษแต่จังหวะซัดด้วยซ้ายไม่ผ่าน เฟร์นานโด มาร์ติเนซ ล้มตัวใช้แขนบล็อคได้ทัน

แต่แล้วนาทีที่ 61 เรอัล มาดริด ตามตีเสมอ 1-1 จนได้ วินิซิอุส จูเนียร์ ลากแหวกเข้าไปซัดติดเซฟ เฟร์นานโด มาร์ติเนซ โชคดีบอลปลิ้นมาเข้าทาง ลูคัส บาสเกซ เก็บส้มหล่นอัดเข้าไปซุกก้นตาข่าย

นาทีที่ 75 โอกาสยิงครั้งที่ 28 แชมป์เก่า แซงออกนำ 2-1 ได้จาก ดาวิด อลาบา ลงมาเป็นตัวสำรองสัมผัสแรกวิ่งมาปั่นฟรีคิกด้วยซ้ายโค้งผ่านกำแพงเช็ดเสาแรกตุงตาข่ายงามหยด

หลังจากนั้นไม่มีสกอร์เพิ่ม จบเกม อัลเมเรีย 1 เรอัล มาดริด 2

รายชื่อนักเตะที่ลงสนาม

อัลเมเรีย (5-3-2) เฟร์นานโด มาร์ติเนซ – ชูมิ, ไคกี้ เฟอร์นันเดส, โรดรีโก้ เอลี่, เซอร์ยาน บาบิช, เซร์คิโอ อากีเอเม่ – ซามูเอล กอสตา, อินิโก อีกัวรัส, ลูกัส โรเบร์โตเน่ – อูมาร์ ซาดิค, ลาร์กี รามาซานี่

เทรนเนอร์ : ฟรานเซส รูบี

เรอัล มาดริด (4-3-3) ติโบลต์ กูร์กตัวส์ – ลูคัส บาสเกซ, นาโช่ เฟร์นันเดซ, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, แฟร์กล็องด์ เมนดี้ – เอดูอาร์โด้ กามาวินก้า, ออเรเลียง ชูอาเมนี่ , โทนี่ โครส – เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้, คาริม เบนเซม่า, วินิซิอุส จูเนียร์

เทรนเนอร์ : คาร์โล อันเชล็อตติ
#5
วิเคราะห์บอล บ้านผลบอล ข่าวกีฬา คาสิโน / รีวิวไทยลีก นัด 1
กระทู้ล่าสุด โดย ข่าวกีฬา SBOBET - วันนี้ เวลา 10:35 ก่อนเที่ยง


เปิดหัวไทยลีก "โค้ชโจ" พา พีที ประจวบฯนำจ่าฝูง

แชมป์เก่า บรร.หืดจับ,"แข้งเทพ" เฮ,ท่าเรือ กร่อย

เปิดฤดูกาลใหม่ ซีซั่น 2022-2023 หรือไทยลีกครั้งที่ 26 ของ ไทยไปแล้วเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีหวดกัน 7 คู่ ผลงานแต่ละทีมเป็นอย่างไปย้อนดูกันอีกครั้ง

เริ่มจากนัดไฟร์เดย์ไนท์ ศุกร์ 12 ส.ค. 65 เต็งแชมป์อีกทีมอย่าง ทรูแบงค็อกฯ ไม่พลาด 3 แต้มแม้ว่าฟอร์มอาจจะยังดูขาดๆเกินอยู่บ้างก็ตามแต่ก็เอาชนะ ขอนแก่น ยูฯ ไปได้ 2-0 จากการซัดคนละเม็ดของ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ น. 43 , เฮร์แบร์ตี้ แฟร์นานเดซ น. 83

เกม 3 คู่วันเสาร์ที่ 13 ส.ค. 65 นั้น หัวหอกใหม่ "สวาทแคท" นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี อย่าง มอร์แกน เฟอร์ริเออร์ เป็นนักเตะที่ทำสถิติยิงเร็วสุดของซีซั่นนี้ไปก่อน ส่วนจะมีใครทำลายในซีซั่นนี้ได้หรือไม่ รอลุ้นภายหลัง โดยเขาซัดพา ทีมลูกหลานย่าโม ให้ ออกนำ บุรีรัมย์ฯ แชมป์เก่าไปก่อน 1-0 ตั้งแต่ 54 วินาทีแรกของเกม เท่านั้น แต่สุดท้าย โดนแชมป์เก่า บุกไปชนะ 2-1 จากการเหมาซัดของ ศุภชัย ใจเด็ด น. 25,50

ขณะที่ ราชบุรีฯ ได้จุดโทษ ในน. 77 จากจังหวะ บุญทวี เทพวงค์ ทำแฮนด์บอล ก่อน สงกรานต์ บุญมีเกียรติ จะเช็ควีเออาร์และให้จุดโทษ และเป็น แดร์เลย์ ยิงเข้าไปในน. 80 เปิดบ้าน ชนะ เมืองทองฯ ได้ 1-0

อีกคู่ ลำปางฯ น้องใหม่ ที่เล่นไทยลีก หนแรก เปิดบ้าน เฉือนชนะ หนองบัวฯ ได้ 1-0 จากประตูโทนของ ชาวิน ธีรวัจน์ศรี น. 46 ประเดิมการเล่นไทยลีกหนแรกอย่างสวยงามสำหรับ "รถม้ามรกต"

ขณะที่เกมอีก 3 คู่ปิดท้ายนัดแรก เมื่ออาทิตย์ 14 ส.ค. 65 นั้น ลีโอ เชียงรายฯ ได้ประตูโทน จากจุดโทษ ใน น. 27 ของ วิคเตอร์ คาโดโซ่ เปิดบ้าน บดชนะ โปลิศเทโรฯ ได้หืดจับ 1-0

"โค้ชโจ" ธีรศักดิ์ โพธิ์อ้น กุนซือใหม่ พีที ประจวบฯ พา"ต่อพิฆาต" ผงาดนำจ่าฝูง นัดแรกไปได้หลังบุกไปกำหราบน้องใหม่ หน้าเดิม อย่าง สุโขทัยฯ ได้ถึงถิ่น 3-0 จากการซัดของ ซามูเอล โรช่า 2 เม็ด น. 32,68 ( จุดโทษ ) , ลอสเซมี่ คาราบูเอ้ น. 88

ส่วน การท่าเรือฯ น่าผิดหวัง เล่นในถิ่นตัวเองทำอะไรทีม แชมป์ลีกรองซีซั่นที่ผ่านมาอย่าง ลำพูนฯ ไม่ได้ เสมอไปโนสกอร์ 0-0

ข้อมูลโดย "สิงห์นก Hk vp 9 "

ภาพโดยทีมงานช่างภาพสยามกีฬา,ฟุตบอลสยาม
#6


ได้ครบ 4 ชาติอุ่นเกือก 4 เส้าฟีฟ่าเดย์เดือน ก.ย.65 ที่เชียงใหม่ ทั้ง "ตรินิแดดฯ-ทาจิกิสถาน-มาเลเซีย" ด้าน เลขาฯส.บอลไทย เผยเหตุทำไมต้อง 3 ชาตินี้ ยันเป้าหมายหลัก ส.บอลไทย คือการจัดอันดับฟีฟ่าเดย์ เพื่อลุ้นโควต้าบู๊คัดบอลโลก 2026 โซนเอเชีย หวังไต่อันดับขึ้นไปติด 1-18 เอเชียก่อนเดือน ก.ค.66 เพื่อรั้งในโถ 3 จับติ้วคัดบอลโลก ชี้หากเชิญทีมอันดับเหนือกว่ามาร่วมอุ่นแล้วเกิดแพ้ จะส่งผลเสียต่ออันดับโลกทันที

ภายหลังจากที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้กำหนดจัดการแข่งขันฟุตบอล International 'A' Match ในช่วงปฏิทินฟีฟ่า เดย์ ระหว่างวันที่ 22-25 ก.ย.65 ซึ่งมีจังหวัดเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันในปีนี้

กระทั่งเมื่อช่วงบ่ายวันพฤหัสบดีที่ 11 ส.ค.65 ทาง ส.ลูกหนังไทย ได้ทำการประกาศชื่อชาติทั้ง 4 ทีม ที่ตอบรับเข้าร่วมการแข่งขันฯ ประกอบด้วย ทีมชาติไทย (อันดับ 111 ของโลก), ทีมชาติมาเลเซีย (อันดับ 147 ของโลก), ทีมชาติทาจิกิสถาน (อันดับ 108 ของโลก) และทีมชาติตรินิแดดและโตเบโก (อันดับ 101 ของโลก)

ล่าสุด "บิ๊กโจ" พาทิศ ศุภะพงษ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยถึงการได้ชาติทั้ง 3 ทีมมาร่วมโม่แข้งกับทีมชาติไทยว่า "อย่างที่ได้เรียนไปก่อนหน้านี้ว่าทางสมาคมได้หนังสือที่เราส่งไปเชิญชาติต่างๆ มาร่วมแข่งขันมีการตอบรับมากกว่าที่เราต้องการมาก ซึ่งทั้ง 3 ชาติตอบรับและพร้อมมาลงแข่งขันที่ จ.เชียงใหม่"

"ในส่วนการเชิญทั้ง 3 ชาตินี้มานั้น เนื่องจากทางฟีฟ่าจะมีการจัดอันดับแรงกิ้ง เพื่อนำทีมผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้ายของทวีปเอเชีย ซึ่งไม่ต้องลงเล่นรอบแรก แต่จะไปลงเตะในรอบสองเลยคืออันดับ 1 ถึง อันดับ 25 ซึ่งสิ่งนี้น่าจะช่วยได้มากกว่า หากการนำทีมที่มีแรงกิ้งเหนือกว่าทีมชาติไทยมาก ถ้าเราแพ้จะเกิดผลเสียต่ออันดับโลกได้ ทำให้ต้องการหาทีมอันดับโลกที่ใกล้เคียงกับทีมชาติไทย"

ทั้งนี้ การแข่งขันของทีมชาติไทย ชุดใหญ่ในปีนี้ เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของส.บอลไทย เพื่อผลในการจัดอันดับ "ฟีฟ่า แรงกิ้ง" สำหรับการเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย โดยประเทศสมาชิกเอเอฟซี 25 อันดับแรก จะได้เข้าไปเล่นในรอบคัดเลือก รอบที่ 2 และถ้าสามารถไต่อันดับขึ้นไปอยู่ลำดับ 1-18 ของเอเชียได้ ภายในเดือนกรกฎาคม 2566 จะมีโอกาสได้เป็นทีมวางอย่างน้อยในโถ 3 ต่อไป

สำหรับการแข่งขันครั้งนี้จะแข่งในรูปแบบน็อคเอาท์ รอบรองชนะเลิศ วันพฤหัสบดีที่ 22 ก.ย.65 และรอบชิงชนะเลิศ วันอาทิตย์ที่ 25 ก.ย.65 ซึ่งแต่ละชาติจะได้ลงทำการแข่งขันทั้งหมด 2 นัด โดยรายการนี้ถือเป็นการเตรียมความพร้อมของทัพ "ช้างศึก" ก่อนจะมีคิวไปป้องกันแชมป์ในศึกฟุตบอลอาเซียน คัพ หรือชื่อรายการใหม่ "เอเอฟเอฟ มิตซูบิชิ อิเล็กทริก คัพ 2022" ภายใต้สโลแกน "Together, we can build better" ระหว่างวันที่ 22 ธ.ค.65 – 17 ม.ค.66 ตามลำดับ
#7


หลุยส์ ซาฮา ชี้ ที่จริง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ควรจะพูดอะไรเองบ้างเกี่ยวกับเรื่องของเจ้าตัว โดยมองว่ามหากาพย์ของเเขามันกำลังส่งผลเสียกับทีมทั้งที่ เอริค เทน ฮาก กำลังพยายามสร้างขุมกำลังที่มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอยู่

หลุยส์ ซาฮา อดีตกองหน้าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ควรจะออกมาพูดอะไรบ้างเกี่ยวกับสถานการณ์ของเจ้าตัว หลังจากอนาคตของเขายังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

ตลอดช่วงที่ผ่านมามีกระแสข่าวลือว่า โรนัลโด้ ต้องการย้ายออกจากทีมจนถึงขั้นแจ้งกับต้นสังกัดไปแล้ว แม้ว่าจะยังเหลือสัญญาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด 1 ปีก็ตาม ซึ่งจนถึงตอนนี้ โรนัลโด้ ยังไม่เคยออกมายืนยันหรือปฏิเสธเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยตัวเองเลย โดยมันก็มีทั้งคนที่เห็นใจ โรนัลโด้ และคนที่ไม่ชอบการกระทำของเขา

ซาฮา เผยว่า "ผมไม่เข้าใจความคิดของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไม่กี่สัปดาห์ก่อนผมพูดว่าผมไม่พอใจกับเรื่องนี้เมื่อพิจารณาถึงเรื่องที่ว่าเขาเป็นนักเตะชื่อดังและเป็นแบบอย่างของบรรดาดาวรุ่ง เขาน่าจะเห็นได้ชัดเจนว่าผู้จัดการทีมจำเป็นต้องทำการตัดสินใจที่เด็ดขาดในบางอย่าง แต่ผมรู้สึกว่าเขากลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม"

"ถ้าคุณพยายามที่จะทำให้ทีมมีระเบียบวินัยที่ดี แต่เขาไม่อยากทำอย่างนั้นหรือมีแนวความคิดที่ต่างออกไปแล้วล่ะก็ มันก็จะเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบาก และผมคิดว่าเขาไม่พอใจเท่าไหร่ ผู้จัดการทีมกำลังพยายามสร้างทีมที่มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันโดยมีรากฐานที่ดี แต่เขาต้องมาเจอมหากาพย์ของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในทุกครั้งที่เขาเปิดปากพูด"

"มันไม่ใช่สถานการณ์ที่ง่ายเลย และผมก็ต้องบอกว่าผมไม่พอใจในตัว คริสเตียโน่ นิดหน่อย คือถ้าเขาหาทีมที่อยากได้เขาไปร่วมทัพเจอมันก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก เขาสามารถย้ายทีมได้ตามสบาย แต่ถ้าไม่แล้วน่ะเขาก็ต้องออกมาพูดบางอย่าง ถ้าเขาอยากย้ายทีมเขาก็ควรจะพูดเองเลย แต่ต้องบอกด้วยว่าเขาจะทุ่มเทให้ทีมแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ถถ้าหากการ้ยายทีมไม่เกิดขึ้น หรือจนกว่าจะได้ย้ายทีม"

"การทำอย่างนั้นน่ะอย่างน้อยมันจะช่วยให้มหาพากย์ของ คริสเตียโน่ จบลงด้วยดีได้เมื่อถึงจุดๆ หนึ่ง แต่ที่ผ่านมาเราไม่เห็นอะไรแบบนั้นเลย ดังนั้นในฐานะแฟนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แล้วผมเลยรู้สึกหงุดหงิดเป็นธรรมดา"

"ผมยังเป็นแฟนตัวยงของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ นะ ผมชอบสิ่งที่เขาทำได้กับเกมการแข่งขัน และยังนับถือพรสวรรค์ของเขามาจนถึงตอนนี้ เพราะเขายังเป็นนักเตะที่มหัศจรรย์อยู่ แต่ตอนนี้ประเด็นเรื่องอนาคตของเขามันกำลังส่งผลแย่ในการพยายามสร้างทีมที่มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งเรื่องนี้มันไม่ควรจะเป็นหนึ่งในสิ่งที่คนจะพูดถึงกันเมื่อพูดถึง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มันไม่ควรจะต้องมาเกิดเรื่องแบบนี้กับเขา"

"ส่วนสำหรับแฟนๆ แล้วนั้น สิ่งที่สำคัญคือการเป็นแฟนของสโมสรมากกว่าการเป็นแฟนของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และมันก็ควรจะเป็นอย่างนั้นกับกรณีของนักเตะทุกๆ คนด้วย"
#8


แบร์นาร์โด้ ซิลวา กองกลางทีม แมนฯ ซิตี้ ออกปากถล่มการจัดทีมยอดเยี่ยมซีซั่นก่อน 2021/22 ของ สมาคมนักฟุตบอลอาชีพ (พีเอฟเอ) ที่ใส่ชื่อนักเตะของ ลิเวอร์พูล ทีมรองแชมป์ พรีเมียร์ลีก ติดโผมากกว่านักเตะของ เรือใบสีฟ้า ซึ่งได้แชมป์มาครองอย่างน่าประหลาดใจแม้จะมีการประกาศผลออกมาตั้งแต่เดือนมิ.ย.แล้วก็ตาม

พีเอฟเอ เผยรายชื่อนักเตะที่ติดโผทีมยอดเยี่ยมจากซีซั่นก่อนออกมาตั้งแต่สองเดือนก่อนแล้ว และปรากฏว่าเป็นเรื่องน่าช็อคเนื่องจากขุนพลทีม หงส์แดง มีชื่อติดโผมากที่สุดถึงหกรายทั้งๆที่เป็น แมนฯ ซิตี้ ที่ประสบความสำเร็จได้แชมป์ไปครอง

เท่านั้นไม่พอ ตำแหน่งผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมยังตกเป็นของ เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่จาก แอนฟิลด์ อีกด้วยแทนที่จะเป็น เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมค่าย เอติฮัด สเตเดี้ยม

อย่างไรก็ดี ซิลวา สตาร์ทีมชาติ โปรตุเกส เหมือนเพิ่งคิดได้ และออกโรงเฉ่งการจัดทีมด้วยความไม่เข้าใจที่เพื่อนร่วมสังกัดหลายรายถูกมองข้ามแม้เขาเองจะมีชื่อติดโผก็ตาม

"ผมเช็ครายชื่อทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของ พรีเมียร์ลีก ทุกปี และเราไม่เคยมีนักเตะติดโผมากที่สุดเลย" ซิลวา เอ่ยเมื่อ 10 ส.ค.กับ อีเอสพีเอ็น

"เราไม่ได้ตำแหน่งผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมทั้งๆที่เราได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก สี่ครั้งในห้าปี มันไม่สมเหตุสมผลเลย"

ทั้งนี้ ดาวเตะ แมนฯ ซิตี้ ที่ไม่ติดโผงวดนี้ประกอบไปด้วย เอมเมอริค ลาปอร์กต์ , โรดรี้ และ ฟิล โฟเด้น ขณะที่ ซิลวา มีชื่ออยู่ในโผสองหนจากการรับใช้สโมสรห้าปีโดยหนแรกเป็นซีซั่น 2018/19

สรุปรายชื่อนักเตะในทีมยอดเยี่ยมประจำซีซั่น 2021/22 ของ พีเอฟเอ

นายทวาร : อลิสซง เบ็คเกอร์ (ลิเวอร์พูล)

กองหลัง : เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ (ลิเวอร์พูล) ,เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ (ลิเวอร์พูล) , อันโตนิโอ รือดิเกอร์ (เชลซี) , ชูเอา กานเซโล่ (แมนฯ ซิตี้)

กองกลาง : เควิน เดอ บรอยน์ (แมนฯ ซิตี้) , ติอาโก้ อัลกันตาร่า (ลิเวอร์พูล) , แบร์นาร์โด้ ซิลวา (แมนฯ ซิตี้)

กองหน้า : ซาดิโอ มาเน่ (ลิเวอร์พูล) , คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (แมนฯ ยูไนเต็ด) , โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล)

#9


อลัน เชียเรอร์ ตำนานกองหน้าชาวอังกฤษ แสดงความเชื่อว่า เออร์ลิง ฮาลันด์ หัวหอกคนใหม่ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีดีพอที่จะเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้

ปัจจุบัน เชียเรอร์ คือคนที่เป็นเจ้าของสถิติดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของ พรีเมียร์ลีก จากการทำได้ถึง 260 ลูก ส่วนคนที่ใกล้เคียงที่สุดที่จะทุบสถิติของเขาได้ในตอนนี้คือ แฮร์รี่ เคน ที่ทำไปแล้ว 183 ประตู อย่างไรก็ตาม บางคนก็มองว่า ฮาลันด์ อาจจะมีลุ้นทำลายสถิติดังกล่าวเหมือนกันหากเล่นให้ แมนฯ ซิตี้ เป็นเวลานาน โดยดาวเตะชาวนอร์เวย์ก็เปิดตัวใน พรีเมียร์ลีก ได้สวยหรูจากการทำได้ถึง 2 ประตูตั้งแต่นัดแรกเลย

เชียเรอร์ เผยว่า "เขาเป็นของจริง ผมไม่กังขาถึงเรื่องนั้นเลย ผมประทับใจมากๆ ตอนที่ผมสัมภาษณ์เขา เขาเป็นคนที่มีความมั่นใจสูง ขนาดตอนที่เขายิงพลาดในเกม คอมมิวนิตี้ ชิลด์ เขายังหัวเราะเกี่ยวกับเรื่องนั้นได้เลย เขาบอกว่าการจะเก่งขึ้นได้น่ะมันก็จำเป็นต้องรู้สึกเจ็บปวดกันบ้างเป็นธรรมดา"

"มันน่าประทับใจที่เขาเรียกจุดโทษได้แล้วลุกขึ้นมายิงเอง, มีความมั่นใจจนกล้าพูดประมาณว่า -ไม่ ฉันจะยิงเอง-, ยิงได้แบบเฉียบขาด ก่อนที่จากนั้นจะยิงลูกที่สองเพิ่มได้ ผมรู้ดีว่าเขามีชอตที่พลาดง่ายๆ จนทำให้อดทำแฮตทริก แต่ถ้าเขายังทำให้ตัวเองฟิตเต็มที่ได้แล้วล่ะก็ เขาก็น่าจะยิงได้ 30-40 ลูก (ต่อฤดูกาล) ได้เลย เมื่อพิจารณาถึงโอกาสที่ แมนฯ ซิตี้ มักจะสร้างได้"

"ในฤดูกาลนี้คุณน่าจะได้เห็น ฮาลันด์ วิ่งทะลวงแนวรับของคู่แข่งได้ง่ายๆ เหมือนอย่างที่เขาทำได้ในจังหวะที่ทำลูกที่สอง เขาน่าจะมีชอตแบบนั้นมากเป็นพิเศษเวลาเล่นเกมเยือน เพราะทีมที่มาเล่นที่ เอติฮัด อาจจะพยายามถอยไปตั้งรับลึก มันจะเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมากๆ ที่จะได้เห็นเขาวิ่งทะลวงแนวรับแบบนั้นได้หลายครั้ง เขาทำอย่างนั้นได้ยอดเยี่ยม"

"ผมคิดว่าถ้าเขายังทำได้ดีแบบนี้ และยังรักษาความฟิตได้ดีแล้วล่ะก็ เขาก็น่าจะมีโอกาสดีเลย (ที่จะเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของ พรีเมียร์ลีก) แต่ผมคิดว่าพอถึงตอนนั้น แฮร์รี่ เคน อาจจะทำลายสถิติของผมได้ก่อนน่ะนะ ผมรู้ดีว่าเขา (เคน) พยายามที่จะทำลายสถิติให้ได้ ดังนั้นสถิติของผมเลยอาจจะไม่ใช่อันที่เขา (ฮาลันด์) ต้องเจอก็ได้ มันอาจจะเป็นของคนอื่น"
#10


แบร์นาร์โด้ ซิลวา กองกลางเชิงสูง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกโรงเปิดใจเกี่ยวกับข่าวลืออนาคตของตนเอง หลังมีรายงานออกมาอย่างต่อเนื่องว่าเตรียมจะอำลา "เรือใบสีฟ้า" ไปเล่นให้กับ บาร์เซโลน่า ในช่วงซัมเมอร์นี้

มิดฟิลด์ทีมชาติโปรตุเกส ซึ่งเป็นหนึ่งในแข้งคีย์แมนของ แมนฯ ซิตี้ ที่ช่วยให้ต้นสังกัดผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก สมัยที่ 4 ในรอบ 5 ฤดูกาล มีข่าวอย่างต่อเนื่องจากต้องการจะโบกมือลาถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม ตั้งแต่ซัมเมอร์ที่แล้ว หลังสโมสรคว้าตัว แจ็ค กรีลิช ร่วมทัพ

ช่วงที่ผ่านมามีรายงานว่าทีมของกุนซือเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ตกลงที่จะขาย ซิลวา ให้กับ บาร์เซโลน่า ด้วยสนนราคา 80 ล้านปอนด์ (ราว 3,520 ล้านบาท) แต่สุดท้ายเรื่องก็เงียบหายไป

สำหรับตอนนี้ ดาวเตะวัย 28 ปีซึ่งมีสัญญาอยู่กับทีมจนถึงปี 2025 เผยเกี่ยวกับอนาคตของตัวเองว่า "ผมพูดมาตลอดว่าผมมีความสุขที่นี่ แต่ผมไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น บอกตามตรงเราต้องรอดูกันต่อไป ความสัมพันธ์ของผมกับสโมสรเต็มไปด้วยความจริงใจ ผมเปิดอกคุยกับพวกเขา และพวกเขารู้ถึงสิ่งที่ผมต้องการ"

"ถ้าผมอยู่กับทีมต่อไป ผมก็มีความสุขมากๆ ผมให้ความเคารพสโมสรมาตลอด และพร้อมที่จะทุ่มเทผลงานที่ดีที่สุดของผมเพื่อทีม ถ้าหากไม่ได้อยู่กับทีมต่อไป นี่แหละฟุตบอล และเราคงต้องรอดูกันว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น" ซิลวา กล่าว

แทงไก่ชนออนไลน์ UFA350 ตีไก่ถ่ายทอดสด สมัครสล็อต PGSLOT เว็บที่มีเกมให้เล่นมากที่สุด บาคาร่าออนไลน์ SAGAME350 ทางเข้าเล่นสล็อตออนไลน์ SAGAMING350 เว็บบาคาร่า PRETTY GAMING เว็บตรงได้เงินจริง